กฎยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาของไทยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2569 กำหนดให้แพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ที่รับค่าบริการ เช่น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube และ X ต้องยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนเผยแพร่โฆษณา คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ธอ.) ประกาศหลักเกณฑ์นี้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 5 พฤษภาคม 2569 กำหนดให้มีผล 180 วันหลังประกาศ ซึ่งครบกำหนดตรงกับวันที่ 1 พฤศจิกายน
ใครต้องยืนยัน และยืนยันอย่างไร
ประกาศนี้อาศัยมาตรา 8/10 ของพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดหากไม่ทำตามมาตรฐาน ผู้ลงโฆษณาทุกคน ทั้งบุคคลและนิติบุคคล ไทยและต่างชาติ ต้องยืนยันตัวตนด้วยเอกสารรัฐเทียบกับใบหน้าจริง หรือระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลตามมาตรฐานที่ ธอ. กำหนด นิติบุคคลใช้หนังสือรับรอง DBD แทนได้ แพลตฟอร์มต้องเก็บชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้ลงโฆษณาไว้อย่างน้อย 90 วันหลังเลิกใช้บริการ รวมถึงข้อมูลผู้จ่ายเงินหากไม่ใช่คนเดียวกัน การยืนยันมีอายุ 1 ปี ถ้าทำไว้แล้วไม่ต้องทำซ้ำ
ถ้าไม่ยืนยันทันจะเกิดอะไรขึ้น
ประกาศไม่ได้ระบุบทลงโทษผู้ลงโฆษณาไว้ชัดเจน แต่ตัวอย่างจาก Meta ทำให้เห็นภาพ: บัญชีที่เข้าเกณฑ์จะได้รับแจ้งเตือนทาง Ads Manager หรือ Business Suite และมีเวลา 7 วันยืนยันว่าใครจ่ายเงินและใครได้รับประโยชน์จากโฆษณา พลาดกำหนดนี้ บัญชีจะเผยแพร่โฆษณาถึงผู้ใช้ในไทยไม่ได้
สิ่งที่ต้องเช็กตอนนี้ที่กฎมีผลแล้ว
- เปิด Ads Manager หรือ Business Suite เช็กว่ามีแจ้งเตือนให้ยืนยันตัวตนหรือยัง ถ้ามีต้องทำให้เสร็จใน 7 วัน ไม่อย่างนั้นโฆษณาจะหยุดแสดงผลในไทย การแจ้งเตือนยืนยันตัวตนไม่ได้หยุดแค่วันที่ 1 พฤศจิกายน แต่ยังทยอยส่งต่อเนื่อง
- เตรียมบัตรประชาชนเจ้าของบัญชี หรือหนังสือรับรอง DBD ของร้านไว้ล่วงหน้า เพราะต้องเทียบกับตัวจริง
- ถ้าเอเจนซี่จ่ายเงินค่าโฆษณาแทน ตรวจชื่อผู้จ่ายเงินในบัญชีให้ถูกต้อง
- ยืนยันไปแล้วในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ต้องทำซ้ำ แต่เช็กวันที่ยืนยันล่าสุดให้แน่ใจ เพราะการยืนยันมีอายุ 1 ปี
ธุรกิจที่ลอง ChatGPT Ads ในไทย หรือปรับทางขายหลัง Meta ปิด API สั่งซื้อผ่าน Shop ควรเช็กเรื่องนี้ด้วย เพราะกระทบบัญชีโฆษณาเดียวกัน